2005/Sep/29

เสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจดังออกมาจากห้อง 4/4 ในขณะที่ห้องอื่น ๆ เงียบกันหมดแล้ว ที่เป็นอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเด็กห้องอื่นเรียบร้อยกว่าห้องนี้หรอกนะ แต่เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องอื่น เข้าโฮมรูมกันหมดแล้วต่างหากล่ะ โดยเฉพาะห้อง French-art 4/3 ห้องข้าง ๆ นี่ ท่าทางอาจารย์ที่ปรึกษาจะดุน่าดู เพราะบรรยากาศในห้องเงียบยังกับป่าช้า มีแต่เสียงของอาจารย์เท่านั้นที่ดังลอดออกมา

ภายในห้อง 4/4 ที่กำลังวุ่นวายยิ่งกว่าพวกนกกระจอกกำลังแตกรัง เหล่านักเรียนหญิงก็กำลังจับกลุ่มคุยกันตามประสาผู้หญิง ส่วนนักเรียนชายที่มีอยู่เพียง 13 คน ก็กำลังคุยกันอย่างออกรส แต่สักพักเสียงคุยของพวกผู้หญิงก็ค่อย ๆ เงียบลงกลายเป็นการกระซิบกระซาบแทน พวกผู้ชายที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานก็เงียบลงด้วย เหตุการณ์ที่ไม่ปกตินี้ทำให้วินด์ที่กำลังนั่งฟังเพื่อน ๆ คุย พร้อมกับอ่านการ์ตูนอย่างขะมักเขม้นต้องแปลกใจ เขาเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือการ์ตูนเพื่อหาต้นตอของเหตุการณ์ไม่ปกตินั้น แล้วสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ต้องทำให้เขาช็อก(รอบที่ 2 ของวัน) เพราะสายตาของเขาดันไปจ๊ะเอ๋เข้ากับใบหน้าของชายหนุ่มคนนึงเข้า เขาก็คงไม่รู้สึกอะไรมากหากว่าปลายจมูกของชายคนนั้นกับของเขาจะไม่ได้ห่างกันไม่เกินคืบอย่างนี้

อ่านอะไรอยู่ครับ สนุกมั้ย ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับสายตาที่ยังคงจับจ้องอยู่กับหน้าหนังสือขนาดพ็อคเก็ตบุ๊คที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าของวินด์ เด็กหนุ่มพูดอะไรไม่ออกได้แต่พลิกปกหนังสือให้ชายหนุ่มดู

เล่มใหม่เหรอ เขาถาม วินด์ได้แต่พยักหน้าตอบ งั้นยืมไปอ่านวันนึงนะ ตอนเย็นค่อยไปเอาคืนแล้วกัน ด้วยคำพูดเพียงแค่นี้ก็ทำให้เด็กหนุ่มยื่นหนังสือส่งให้อย่างโดยดี ชายหนุ่มยิ้มให้วินด์ก่อนเดินกลับไปที่โต๊ะอาจารย์ที่อยู่หน้าห้อง

ทำไมพวกแกไม่เตือนชั้นฮะวินด์หันกลับมาเล่นงานเพื่อนหลังจากชายหนุ่มคนนั้นเดินกลับไปที่โต๊ะแล้ว

ก็ว่าจะเรียกอยู่หรอก แต่อาจารย์ห้ามไว้น่ะโอมเป็นคนตอบ

อ้าวตรงนั้นน่ะ เงียบ ๆ หน่อยก็ดีนะครับ คนที่เป็นอาจารย์แต่ทำตัวไม่เหมือนอาจารย์ซักนิดพูดกึ่งตะโกนมาจากหน้าห้อง พอรู้สึกว่าทั้งห้องเงียบพอประมาณดีแล้ว เขาจึงพูดต่อ เอาล่ะ ๆ ก่อนอื่นก็ก็อาจารย์ เอ่อ...เรียกครูดีกว่าเนอะ ก่อนอื่นเนี่ยครูก็ขอแนะนำตัวก่อนเลยแล้วกัน เผื่อใครจะยังไม่ครูจัก จะได้รู้จักไว้นะ ครูชื่อ ภูบดี ตันติเวชบูล ก็เรียกสั้น ๆ ว่า ภู ก็ได้นะ อาจารย์หนุ่มหยุดพูด พร้อมกวาดสายตามองรอบ ๆ ห้อง ครูก็สอนวิชาอังกฤษหลัก ใครมีปัญหาอะไรก็ถามได้ ปรึกษาได้นะครับ

เอ่อ...อาจารย์ขา หนูมีเรื่องอยากถามค่ะ เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มยกมือพร้อมกับยืนขึ้นพูดอย่างอัตโนมัติ ทุกสายตาก็หันไปมองทางต้นเสียงรวมทั้งตัวภูเองด้วย คือว่า...อาจารย์จบจากไหน อายุเท่าไหร่ แล้วก็...มีแฟนรึยังคะ คำถามสุดท้ายก่อให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาเล็กน้อยโดยเฉพาะจากกลุ่มของสาว ๆ

ท่าทางจะเพื่อนของยัยเจนแฮะ วินด์นึกอยู่ในใจ ก็น่าคิดอยู่หรอกนะ ก็ความกล้าของเจ้าหล่อนทั้งสองมันช่างคล้ายกันเหลือเกิน

โหถามมาเป็นชุดเลยเนอะ ตอบทีละอย่างแล้วกันนะ ภูพูดไปพลางยิ้มบาง ๆ ครูจบจาก มช. ครับ มนุษย์ Eng. แล้วก็ปีนี้ก็อายุ 23 แล้วครับ แล้วคำถามสุดท้าย... ภูเงียบไปสักพัก ถึงจะเป็นเวลาเพียงชั่วขณะเดียว แต่มันก็ทำให้สาว ๆ บางคนแทบหยุดหายใจเพราะลุ้นไปกับคำตอบที่จะออกมา ครูมีแฟนแล้วครับ

ตึกๆ ตึกๆ เสียงหัวใจของวินด์ดังออกมาจนขนาดที่เจ้าตัวสามารถได้ยินและสัมผัสถึงจังหวะการเต้นของมันได้อย่างชัดเจน เฮ้ย! ไอ้วินด์แกเป็นอะไรขึ้นมาวะ เด็กหนุ่มรำพึงกับตัวเองในใจ เพราะไม่เข้าใจกับปฏิกิริยาของร่างกายของตนเอง

โอเค ไม่มีใครถามอะไรแล้วใช่มั้ยครับ ตอนนี้ทุกคนรู้จักครูแล้ว แต่ครูยังไม่รู้จักใครเลยอ่ะ เรามาแนะนำตัวกันดีกว่าเนอะภูเว้นช่วงนิดนึง เริ่มจากเจ้าของการ์ตูนเล่มนี้แล้วกันเขาพูดพร้อมส่งมองไปทางวินด์ ก่อนยักคิ้วให้เด็กหนุ่มหนึ่งที

ชื่อ วายุ นามสกุล วชิระพงศ์อมร ครับ มาจากโรงเรียน T ระยองครับ วินด์ลุกขึ้นแนะนำตัวเสียงดังฉะฉาน เขาสังเกตเห็นว่าเพื่อน ๆ ในห้องกำลังซุบซิบอะไรกันบางอย่าง คงเรื่องคะแนนสอบล่ะมั้ง

แค่นี้เหรอ เอาแบบว่าความสามารถพิเศษคืออะไร ชอบอะไรเป็นพิเศษ เกิดวันที่เท่าไหร่ กรุ๊ปเลือดอะไร แบบเนี๊ยะ เอาใหม่ ๆ แนะนำตัวใหม่

ชื่อวินด์ครับ วินด์ที่แปลว่าลม ชื่อจริงวายุ วชิระพงศ์อมร เกิดวันที่ 17 มกรา กรุ๊ปเลือด A เวลาว่างก็ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม อ่านการ์ตูน ความสามารถพิเศษก็...ดูไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็รู้เองล่ะครับวินด์ตอบไปทั้ง ๆ ที่ในใจยังคิดอยู่ว่า จะถามไปให้ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

เอ้อ แนะนำตัวอย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย เอาคนต่อไป ไล่มาเลยนะภูสั่งให้นักเรียนคนต่อไปลุกขึ้นแนะนำตัว ก็คือโอมนั่นเอง

ชื่อเล่นโอมครับ ชื่อจริงก็...โอม แหละครับ นามสกุล กิตติคุณเจริญ วันเกิด 26 สิงหาคม กรุ๊ปเลือด O ความสามารถพิเศษ บาสเกตบอลครับพูดจบโอมก็นั่งลงแล้วหันมายิ้มให้วินด์ทีนึง ไม่รู้ว่าวินด์คิดมากไปเองรึเปล่า แต่ตัวเขารู้สึกแปลก ๆ กับรอยยิ้มที่โอมมีให้

การแนะนำตัวของนักเรียนในห้องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ กว่านักเรียนคนที่ 40 จะพูดจบก็กินเวลาของคาบแรกเข้าไปกว่าครึ่งแล้ว ตอนนี้วินด์เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมภูถึงต้องให้พวกเค้าแนะนำตัวแบบนั้น ตอนนี้ในนักเรียนในห้องนอกจากจะรู้จักชื่อและหน้าตากันแล้ว ยังรู้อีกว่าแต่ละคนมีความถนัดด้านไหน บุคลิกนิสัยส่วนตัวเป็นยังไง แล้วก็แต่ละคนเกิดวันไหนบ้าง ซึ่งเรื่องเหล่านี้แทบจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่คนที่เป็นเพื่อนกันสมควรต้องรู้เอาไว้

ทำไมอาจารย์ถึงไม่แนะนำตัวแบบนี้บ้างล่ะครับวินด์ยกมือถาม

เอางั้นเหรอ โอเค ๆ งั้นครูแนะนำตัวใหม่แล้วกัน ภูหยุดพูดพร้อมสูดลมหายใจเข้าก่อนค่อย ๆ ผ่อนออกมา สวัสดีครับ ครูชื่อ ภูบดี ตันติเวชบูล เกิดวันที่ 20 ธันวา ปีนี้ก็จะอายุ 23 แล้ว เลือดกรุ๊ป AB จบ จาก คณะมนุษย์ฯ เอก Eng ม.เชียงใหม่ ของที่ชอบก็...คนน่ารัก ๆ ครับ แต่ตอนนี้มีแฟนแล้ว เพราะฉะนั้น ห้ามจีบเด็ดขาด

ทำไมถึงจีบไม่ได้ล่ะครับวินด์ถามพร้อมสายตาที่มองจ้องภูอย่างท้าทาย

ก็ถ้ามีนักเรียนน่ารัก ๆ มาจีบนี่ ครูกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวไปด้วย ถามทำไมเหรอ หรือว่าวินด์จะจีบครู ครูว่าอย่าดีกว่ามั้ง ภูตอบพลางคิดกับตัวเอง ไอ้เด็กคนนี้ ท่าทางจะร้ายใช่ย่อยแฮะ

คงไม่หรอกฮะ บังเอิญอาจารย์ยังไม่ใช่สเปกผมเท่าไหร่ วินด์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกวน ๆ

ไม่ก็ดีแล้ว ครูยังไม่อยากถูกไล่ออกตอนนี้เหมือนกัน โอเคนี่ก็กินเวลาคาบแรกมาเกินครึ่งแล้ว ครูว่าเรามาเริ่มเรียนกันเลยดีกว่า ภูหยิบเอาสมุดโน้ตขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มสอนนักเรียน ชั่วโมงนี้เป็นชั่วโมงแรก เขายังคงไม่สอนอะไรนอกจากให้นักเรียนจดจุดประสงค์ และคำอธิบายรายวิชาเท่านั้น


วันนี้ทั้งวันเรียกได้ว่ายังไม่ได้เรียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยนอกจากวิชาเลขที่มี 2 คาบติดเท่านั้น วิชาอื่น ๆ ก็แค่ให้แนะนำตัว พร้อมทั้ง จดคำอธิบายรายวิชา เท่านั้น

เฮ้อ! เลิกเรียนซักทีวินด์ลุกขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากที่อาจารย์ที่สอนวิชาสุดท้ายเดินออกจากห้องไป

นี่วินด์ เลิกเรียนแล้วนายจะไปไหนต่ออ่ะ โอมหันมาถามวินด์ที่กำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนลงเป้

เราจะไปเอาการ์ตูนคืนแล้วกลับหออ่ะ แล้วนายล่ะวินด์หันมาตอบ

เราต้องไปซ้อมบาสฯ ต่อก่อนแล้วเดี๋ยวจะออกไปกินข้าว นายไปกับเรามั้ย

อืมก็ดี งั้นเดี๋ยวเราไปเอาการ์ตูนก่อน แล้วตามนายลงไปที่ยิมแล้วกันนะวินด์รับข้อเสนอ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปยังห้องพักครูที่อยู่ถัดไปอีกห้องนึง


ครับ แล้วนี่เลิกงานแล้วเหรอ อืม...คิดถึงสิครับ งั้นเหรอ วันนี้มีใครมาจีบแฟนผมบ้างเนี่ย เหรอครับ ฮ่าๆๆๆ แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอีก รู้มั้ยว่าทำให้คนเค้าคิดถึงมาก ๆ นี่มันบาปนะ...เสียงคุยโทรศัพท์ดังลอดมาจากระเบียงหลังห้องพักครู บทสนทนานั้นทำให้วินด์ต้องหยุดยืนเงี่ยหูฟัง แค่นี้ก่อนนะครับ อืม...เปล่า ๆ นัดเด็กนักเรียนไว้อ่ะครับ รักนะ หวัดดีครับภูกดวางโทรศัพท์มือถือแล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง อ้าวมานานแล้วเหรอ แอบฟังโทรศัพท์อยู่ละสิเนี่ยภูทักวินด์ที่กำลังยืนรอเขาอยู่

พูดบ้า ๆ น่า โทรศัพท์หวานแหววซะขนาดนั้น ใครเค้าอยากฟังกันล่ะวินด์ตอบกลับไป

แล้วไหนว่าไม่ได้ฟังไงล่ะ รู้ได้ยังไงว่าหวานภูพูดยิ้ม ๆ อ่ะ นี่หนังสือการ์ตูนเธอ แล้ววันหลังอย่าเอามาอ่านในชั่วโมงเรียนอีกนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

เมื่อกี๊นี้ แฟน เหรอครับวินด์ถามขณะเอื้อมมือไปรับหนังสือการ์ตูนจากอาจารย์หนุ่ม

อืม ก็แฟนน่ะสิ คิดว่าใครกันล่ะ ภูตอบยิ้ม ๆ เอ้า ได้ของแล้วก็รีบ ๆ กลับบ้านเถอะ ดูท่าว่าฝนจะตกเดี๋ยวได้เปียกก่อนกลับถึงหอไม่รู้ด้วย เดี๋ยวครูจะกลับแล้วภูพูดเพียงเท่านั้นก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

2005/Sep/29

เฮ้ย! วินด์รอด้วย

วินด์หยุดเดินหันหลังกลับไปมองหาต้นเสียง เจ้าของเสียงเป็นเด็กหนุ่มตัวสูง ผิวคล้ำตามแบบฉบับของนักกีฬา เขากำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาวินด์ที่ยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นตึกเรียน

อ้าว! โอม หวัดดีวินด์เอ่ยทักเพื่อนของเขา

เออ...หวัดดี เฮ้อ เหนื่อยเว้ย!โอมตอบสั้น ๆ ก่อนยืนยืดตัวขึ้นพร้อมสูดลมหายใจเข้า-ออกอย่างช้า ๆ อย่างเหนื่อยล้า พอทั้งสองคนมายืนคู่กันอย่างนี้ทำให้เห็นว่าโอมนั้นตัวค่อนข้างสูงกว่าวินด์อยู่มากทีเดียว ทั้ง ๆที่วินด์ก็มีความสูงที่ได้มาตรฐานความสูงของผู้ชายทั่วไป แต่เวลาที่ยืนคุยกับโอมทีไรเหมือนกับว่าเขาต้องเงยหน้าคุยด้วยทุกครั้งไป

ทำไมนายถึงใส่ชุดนี้อ่ะวินด์ถามโอมขณะที่กำลังจะเดินขึ้นตึก เพราะเขาเพิ่งสังเกตว่าโอมนั้นไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน แต่เป็นชุดนักบาสแทน

อ๋อเราไปซ้อมบาสฯ กับพวกรุ่นพี่ที่ชมรมมาน่ะ เออ...เดี๋ยวนายนั่งเรียนข้างเรานะ เราจองที่ไว้ให้แล้วโอมยื่นข้อเสนอแบบมัดมือชกให้วินด์
ตลอดทางที่เดินขึ้นมายังห้องเรียนที่อยู่ที่ชั้น 3 วินด์ต้องหยุดแวะเป็นระยะ ๆ เพื่อให้โอมได้หยุดทักทายกับพวกเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ที่เข้ามาทักเขา และแนะนำเด็กใหม่อย่างวินด์ให้พวกเขารู้จักด้วย

นายนี่ถ้าจะ pop แฮะ วินด์คิดในใจ จริง ๆ แล้วถ้าจะพูดไป ในตอนแรกนั้นโอมก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาชวนเขาคุยก่อน หลังจากที่เห็นเขายืนอยู่คนเดียวในวันรับน้องของ ม.1 และม.4 ในตอนแรกวินด์ก็ยังนึกหวั่น ๆ อยู่เลยว่าจะเข้ากับเด็กที่นี่ได้มั้ย แต่การที่ได้มาเจอกับโอมอาจเรียกว่าเป็นความโชคดีของตัวเขาก็ได้ เพราะหมอนี่เข้ากับคนอื่นได้ดีจนน่าตกใจ


ในที่สุดก็เดินมาถึงห้องเรียนจนได้ หลังจากที่ต้องแวะทักทายคนโน้น คนนี้มาตามทาง ตึกเรียนของ ม.ปลาย เป็นตึกขนาด 6 ชั้น มีบันไดทางขึ้นทางขึ้นสองฝั่ง คือบันไดตะวันออก และบันไดตะวันตก ชั้น 2 และชั้น 6 จะเป็นห้องกิจกรรม และ Lab ส่วนชั้น 3-5 เป็นห้องเรียนของนักเรียน

ในแต่ละชั้นก็จะมี ห้องเรียน 4 ห้อง และห้องพักอาจารย์ 1 ห้อง ซึ่งจะแบ่งห้องเรียนออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งตะวันออก และ ตะวันตก โดยทีห้องเรียนของชั้น ม.4 จะอยู่ชั้น 3 ม.5 อยู่ชั้น 4 และ ม.6 อยู่ชั้น 5 ส่วนห้อง ม.4/4ของวินด์นั้น เป็นห้องที่อยู่ทางตะวันออกสุดของตึก

นายนั่งทีนั่งติดหน้าต่างนะ เดี๋ยวเรานั่งข้างนอกเอง นายโอเคป่ะโอมถามวินด์ (แบบมัดมือชก) ถ้านายไม่ชอบที่นั่งนี้เดี๋ยวเราเปลี่ยนให้ได้นะ

อืม...ไม่เป็นไรเราชอบนั่งติดริมหน้าต่างอยู่แล้ว วินด์พูดพลางเอากระเป๋าเป้ของตัวเองแขวนไว้ที่พนักเก้าอี้ แล้วนี่นายไม่ไปเปลี่ยนชุดเหรอ

กี่โมงแล้วเนี่ย โอมพูดกับตัวเองพลางก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือของตนเอง 7.15 แล้วเหรอเนี่ย เฮ้ย!วินด์เดี๋ยวไปอาบน้ำด้วยกันมะโอมหันมาพูดกับวินด์หน้าตาเฉย แต่พอเห็นวินด์ยังยืนนิ่งทำหน้าเหวออยู่ที่เดิม เขาก็เลยรีบพูดต่อ เอ่อ...เราหมายความว่า ไปรอเราอาบน้ำหน่อย พอวินด์ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าและเดินตามโอมไปที่ห้องล็อกเกอร์


นี่ ๆ เธอชื่อวายุใช่มั้ย? เสียงใส ๆ ดังขึ้นตรงหน้า ทำให้วินด์ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือการ์ตูนที่กำลังอ่านอยู่ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าต้องทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ ก็สาวน้อยเจ้าของเสียงที่เรียกชื่อเขาเมื่อกี๊นี้ กำลังยื่นหน้าเข้ามาจนเกือบจะชนกับหน้าของเขาอยู่แล้ว

เอ่อ...ใช่ครับ วินด์ตอบกลับไปแบบตะกุกตะกัก ทำไมผู้หญิงโรงเรียนนี้ถึงได้ใจกล้าขนาดนี้เนี่ย วินด์คิดในใจ ตั้งแต่มาถึงโรงเรียนจนตอนนี้ เขาก็เกือบถูกพวกรุ่นพี่สาวจ้องเหมือนจะจับเขาไปกินแทนข้าวเช้าซะงั้น แถมยัยผู้หญิงคนนี้ก็ยัง...เฮ้อ! นี่มันยังไม่ทันจะเข้าเรียนเลยนะเนี่ย

น่ารักกว่าที่คิดไว้นะเนี่ย ตอนแรกนึกว่าจะเป็นตาแว่นซะอีก เด็กสาวพูดพลางนั่งลงบนม้านั่งยาวตัวเดียวกับวินด์ แถมยังขยับเข้าไปซะเกือบชิดกับวินด์ ทำให้เขาต้องขยับตัวหนีอย่างลำบากใจนิด ๆ อ๊ะ! ลืมแนะนำตัวไป เราชื่อ เจน นะ เจนนภา อยู่ห้องเดี๋ยวกับเธอ เจนพูดพร้อมยื่นมือขวาออกไปตรงหน้า

ว...วินด์ครับ ยิ...ยินดีที่ได้รู้จักวินด์ก็ยังคงพูดตะกุกตะกักอยู่เหมือนเดิม คงเพราะเขายังไม่คุ้นกับการถูกผู้หญิงรุกขนาดนี้ก็ได้มั้ง ยิ่งเป็นผู้หญิงน่ารัก ๆ อย่างนี้ด้วย เอ่อ...แล้วทำไมเธอถึงรู้จักชื่อเราได้ล่ะ

มาธง มาเธอ อะไรกันล่ะ เรียกเจนสิ

ครับเจน แล้วทำไมเจนรู้ชื่อเราได้ล่ะ วินด์ถามซ้ำอีกทีหลังจากที่คำถามในครั้งแรกไม่ได้รับการตอบ

ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ในเมื่อชื่อนายติดหราอยู่ที่หน้าห้องวิชาการ ในฐานะคนที่สอบเข้าได้คะแนนที่หนึ่งของสายไงล่ะ นี่ท่าทางคงยังไม่รู้สินะ

งั้นเหรอครับ

นี่ ยัยเจนโลกา หน้าขาว เธอมาทำอะไรที่ห้องล็อกเกอร์ผู้ชายเนี่ยเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลัง เป็นเหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตของวินด์

ฉันก็มาคุยกับวินด์เขาน่ะสิ ไม่เกี่ยวอะไรกับนายนี่นา ที่สำคัญนะ ชื่อฉันน่ะ เจนนภา นะยะ ไม่ใช่ เจนโลกา หน้าขาว

ชิ! ก็เหมือนกันน่ะแหละ พวกผู้หญิงน่าเบื่อ ไปกินข้าวกันเถอะวินด์ ประโยคหลังนี่โอมหันมาพูดกับวินด์ ก่อนที่จะเดินนำเขาออกไปจากห้อง

ไว้เจอกันในห้องนะจ๊ะเจนโบกมือพร้อมส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้วินด์

ครับเจอกันในห้อง

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
edit @ 2005/09/29 17:44:27

2005/Sep/29

ติ๊ด ติ๊ด ๆ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเจ้าของโทรศัพท์เอื้อมมือไปกดรับอย่างเสียมิได้ เขากดรับโดยที่ไม่ต้องดูเลยว่าใครโทรมา ก็เช้าขนาดนี้จะมีใครโทรมาได้อีก นอกเสียจาก....

ฮัลโหล ครับแม่ ชายหนุ่มพูดทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังคงนอนหลับตาอยู่บนเตียงนอน

วินด์ ทำอะไรอยู่น่ะลูก ตื่นรึยัง เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะลูก แม่ถามเขาด้วยเสียงที่แสดงความเป็นห่วงและร้อนใจ

ตื่นแล้วครับแม่ วินด์ตอบแม่ไปทั้ง ๆ ที่กำลังเอาหน้าซุกเข้ากับหมอนเพื่อหลบให้พ้นจากแสงอาทิตย์ยามอรุณรุ่งที่ส่องผ่านหน้าต่างห้องเข้ามา

นี่เสียงอย่างนี้แสดงว่ายังไม่ตื่นใช่มั้ย ตื่นลุกขึ้น แล้วอาบน้ำแต่งตัวเลยนะลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย ไปสายตั้งแต่วันแรกมันไม่ดีนะลูก อาจารย์เค้าจะเพ่งเล็งเอาได้นะลูก แม่ยังไม่เลิกพูดเพราะรู้นิสัยของเขาดีว่า ถ้าวางโทรศัพท์ล่ะก็ ตัวเขามีหวังหันกลับไปนอนต่อแน่ ๆ

งั้นถ้าวันอื่นไปสายก็ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับแม่ วินด์พูดติดตลก แสดงให้เห็นว่าตอนนี้เขาตื่นแล้วล่ะ

นี่! วินด์ แม่ส่งเสียงดุมาตามสาย แต่เธอก็สบายใจไปเลาะหนึ่งแล้วว่า เจ้าลูกชายตัวดีของเธอตื่นนอนเรียบร้อยแล้ว

ล้อเล่นนะครับแม่ ผมตื่นแล้ว ไปปลุกยัยตัวเล็กเถอะครับ เดี๋ยวมันไปโรงเรียนสายอีกนะครับ

ตื่นก็ดีแล้ว เดี๋ยวแม่ไปปลุกน้องก่อนนะ แล้วอย่านอนต่อนะลูก แค่นี้นะ

ครับแม่ วินด์กดวางโทรศัพท์ก่อนที่จะเอนตัวลงไปนอนต่ออีกสักพัก ตัวเลขในโทรศัพท์มือถือบอกว่าตอนนี้เพิ่งจะเวลา 6.20น. จะนอนต่ออีกสัก 10 นาทีคงไม่เป็นไรมั้ง เขานอนหลับตาสักครู่แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ถ้าเผลอหลับไปแล้วไม่มีคนปลุกล่ะก็เสร็จแน่ เขาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้ตรงเก้าอี้ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไป

เฮ้อไอ้วินด์เอ๊ย! นี่ถ้าแกยังเรียนต่อที่เดิมคงไม่ต้องมาแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าแบบนี้หรอกเขารำพึงกับตัวเองเบา ๆ ไอ้พวกเพื่อนเฮงซวยก็เหมือนกัน ติดที่นี่ด้วยกันแต่ดันไม่ยอมมาเรียน ทั้ง ๆ ที่สัญญากันไว้ซะดิบดีแล้วแท้ ๆ ดันมาทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวได้

เฮงซวยเอ๊ย! เขาสบถออกมาเบา ๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
edit @ 2005/09/29 17:44:20